สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

ทบทวนการแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
            นักเรียนเคยทราบความหมายของสมการและสมบัติของการเท่ากันที่นำมาใช้ในการหาคำตอบของสมการมาแล้ว ดังนี้


ความหมายของสมการ
            สมการ เป็นประโยคที่แสดงการเท่ากันของจำนวน โดยมีสัญลักษณ์ = บอกการเท่ากัน สมการอาจมีตัวแปรหรือไม่มีตัวแปรก็ได้ เช่น
                3x + 10 = 19       ( เป็นการเท่ากันของจำนวนหนึ่ง คือ 3x + 10 กับอีกจำนวนหนึ่ง คือ 19 )
                2a + 2 = 0            ( เป็นการเท่ากันของจำนวนหนึ่ง คือ 2a + 2 กับอีกจำนวนหนึ่ง คือ 0 )
                หรือ 20 – 25 = -5 ( เป็นการเท่ากันของจำนวนหนึ่ง คือ 20 – 25  กับอีกจำนวนหนึ่ง คือ -5 )


สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
            สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว คือ สมการที่มีตัวแปรเพียงตัวเดียวเขียนอยู่ในรูป ax + b = 0 เมื่อ ax + b เป็นพหุนามดีกรี 1 มี x เป็นตัวแปร a , b เป็นค่าคงตัว และ a  0
    ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของสมการเชิงเส้นตัวแปร


  
การแก้สมการ
            การแก้สมการ คือ การหาคำตอบของสมการซึ่งทำให้สมการนั้นเป็นจริง ซึ่งต้องใช้สมบัติการเท่ากันซึ่งได้แก่ สมบัติสมมาตร สมบัติการถ่ายทอด สมบัติการบวก และสมบัติการคูณ


    
คำตอบของสมการ

            คำตอบของสมการ คือ จำนวนที่แทนค่าของตัวแปรในสมการแล้วทำให้สมการเป็นจริง  เช่น        
            การหาคำตอบของสมการนอกจากจะใช้วิธีลองหาจำนวนมาแทนค่าตัวแปรในสมการแล้ว เราจะใช้สมบัติของการเท่ากัน ได้แก่ สมบัติสมมาตร สมบัติถ่ายทอด สมบัติการบวกและสมบัติการคูณ เพื่อช่วยในการหาคำตอบของสมการได้อีกวิธีหนึ่ง
   
สมบัติของการเท่ากัน
 1.สมบัติสมมาตร
                ถ้า a = b แล้ว b = a เมื่อ a และ b แทนจำนวนจริงใดๆ
        เราอาศัยสมบัติสมมาตรเขียนแสดงการเท่ากันของจำนวนได้สองแบบ ดังตัวอย่าง
1)            a + b = c         หรือ     c = a + b
2)            x – 3 = 2x + 7 หรือ     2x + 7 = x – 3
      2.สมบัติถ่ายทอด
               ถ้า a = b และ b = c แล้ว a = c         เมื่อ a , b และ c แทนจำนวนจริงใดๆ
          เราใช้สมบัติถ่ายทอด ดังตัวอย่าง
1)            ถ้า x = 5 + 7 และ 5 + 7 = 12   แล้วจะสรุปได้ว่า x = 12
2)            ถ้า x = -3y และ -3y = 0.5       แล้วจะสรุปได้ว่า x = 0.5
      3.สมบัติการบวก
                ถ้า a = b แล้ว a + c = b + c     เมื่อ a , b และ c แทนจำนวนจริงใดๆ
        เราใช้สมบัติการบวก ดังตัวอย่าง
1)            ถ้า a = 5    แล้ว a + 3 = 5 + 3                             

 
2)            ถ้า x + 7 = 2   แล้ว ( x + 7 ) – 7 = 2 - 7            

        4.สมบัติการคูณ
              ถ้า a = b แล้ว ca = cb    เมื่อ a , b  และ c แทนจำนวนจริงใดๆ
             เราใช้สมบัติการคูณ ดังตัวอย่าง
             1)            ถ้า m + 1 = 2n   แล้ว 3( m + 1 ) = 3 ( 2n )
       

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คู่อันดับและกราฟ

ทศนิยมและเศษส่วน

ความสัมพันธ์ระหว่างแบบรูปเรขาคณิต 2 มิติ และ 3มิติ